หนี้สินหมุนเวียน และ หนี้สินไม่หมุนเวียน คือ ประกอบด้วย 15 ประเภท

[Total: 18 Average: 5]

หากพิจารณาจากสมการบัญชี “สินทรัพย์ = หนี้สิน + ส่วนทุนของเจ้าของกิจการ” จะพบว่าการดำเนินธุรกิจทุกประเภทโดยเฉพาะธุรกิจระดับกลางถึงขนาดใหญ่ จะไม่สามารถประกอบกิจการได้โดยอาศัยส่วนทุนของเจ้าของกิจการเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอาศัยเงินทุนจากการสร้างหนี้โดยทำการกู้ยืม ทั้งจากบุคคลและจากสถาบันการเงินเพื่อแปรเปลี่ยนมาเป็นทุนในการซื้อสินทรัพย์ ดังนั้นหนี้สินจึงเป็นภาระผูกพันของกิจการที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีต ส่งผลต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันและจะดำเนินต่อไปในอนาคต โดยภาระผูกพันที่กล่าวถึงนี้ หมายถึง ความรับผิดชอบชำระหนี้ให้แก่บุคคลหรือสถาบันการเงิน ทั้งในรูปแบบเงินสด ทรัพย์สิน สินค้าหรือการบริการตามแต่ที่ระบุในสัญญา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการสร้างหนี้จะเป็นประโยชน์และเป็นแรงผลักดันสำคัญให้กิจการดำเนินต่อไปได้ แต่การมีหนี้สินของกิจการต้องอยู่ในเกณฑ์กำหนด เพียงพอต่อความสามารถในการชำระหนี้ ดังนั้นในบทความนี้จะกล่าวถึงการจัดประเภทหนี้สิน เพื่อเป็นประโยชน์ให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปวิเคราะห์และเลือกประเภทหนี้ที่เหมาะสมกับกิจการ อีกทั้งสามารถจัดทำงบการเงินได้อย่างถูกต้อง

ซึ่งหนี้สินสามารถแบ่งตามระยะเวลาที่จะครบกำหนดของการชำระหนี้ ได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้

1.  หนี้สินหมุนเวียน (Current Liabilities) เป็นหนี้สินระยะสั้นของกิจการ กล่าวคือจะถึงกำหนดชำระภายใน 12 เดือนนับจากวันที่ระบุในรายงานงบดุลฉบับล่าสุด ซึ่งประกอบไปด้วยหนี้สินจากการดำเนินงานปกติของกิจการซึ่งจะครบรอบชำระภายในรอบระยะเวลาดำเนินธุรกิจตามปกติ เช่น

·  เจ้าหนี้การค้า หมายถึง การซื้อในรูปแบบของเครดิต ซึ่งผู้ขายยอมให้รับสินค้าและบริการไปก่อนแล้วค่อยรับเงินภายหลังตามระยะเวลาที่ตกลงกันไว้

·  เงินเบิกเกินบัญชีธนาคาร หมายถึง สินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น เพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนดำเนินงานปกติของกิจการในแต่ละวัน

·  ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย หมายถึง ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีปัจจุบัน แต่ยังไม่ได้ดำเนินการจ่ายจนกว่าจะถึงรอบบัญชีถัดไป เช่น ค่าไฟ ค่าแรงคนงาน เป็นต้น

·  รายได้รับล่วงหน้า หมายถึง รายได้ ที่กิจการได้รับมาแล้วแต่ยังไม่ส่งมอบสินค้าหรือบริการ

นอกจากนี้ หนี้สินหมุนเวียนยังหมายถึง ส่วนของหนี้สินระยะยาวที่จะถึงกำหนดชำระภายใน 1 ปี เช่น เงินกู้เพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ เงินกู้เพื่อขยายกิจการ เป็นต้น

2.  หนี้สินไม่หมุนเวียน (Non – Current Liabilities) หมายถึง หนี้สินระยะยาวที่เป็นภาระผูกพันของกิจการและมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป ได้แก่

·  เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อทรัพย์สินในการประกอบกิจการ  เช่น กู้ยืมเพื่อสร้างโรงงานหรือซื้อเครื่องจักร ซึ่งมีระยะเวลาการชำระหนี้มากกว่า 1 ปีขึ้นไป

·  หุ้นกู้และพันธบัตร เป็นเงินกู้ยืมระยาวด้วยจุดประสงค์เดียวกับการกู้ยืมจากสถาบันการเงิน แต่เจ้าหนี้คือนักลงทุน/หรือประชาชนทั่วไป ซึ่งส่วนใหญ่มีระยะเวลาในการชำระหนี้สั้นกว่าการกู้ยืมจากธนาคาร

·  ตั๋วเงินจ่ายระยะยาว หรือตั๋วที่สัญญาว่าจะใช้เงินในอนาคต ซึ่งมีลักษณะเช่นเดียวกับหุ้นกู้ มีสัญญาการจ่ายเงินต้นพร้อมดอกเบี้ย เพียงแต่ดำเนินการได้ง่ายกว่า เนื่องจากไม่ต้องนำไปขายในตลาดหลักทรัพย์

·  หนี้จำนอง เป็นการกู้ยืมโดยใช้ทรัพย์สินของกิจการเข้าจำนองกับสถาบันการเงิน เพื่อนำเงินทุนมาหมุนเวียนในกิจการ

ซึ่งหนี้สินดังที่กล่าวมาเป็นหนี้สินที่นอกเหนือจากการดำเนินงานปกติของกิจการ แต่จำเป็นต้องสร้างหนี้เพื่อการลงทุนหรือขยายกิจการ โดยหากอาศัยเงินลงทุนจากเจ้าของกิจการอาจไม่เพียงพอ หรืออาจะมีเหตุผลอื่นๆประกอบด้วย เช่น ต้นทุนที่ต่ำกว่า ผลประโยชน์ทางด้านภาษี การสร้างเครดิตให้กับกิจการ เป็นต้น

ดังนั้น หากพิจารณาจากประเภทของหนี้สิน จะเห็นได้ว่าการแยกประเภทหนี้สินและลงบันทึกในงบดุลให้ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมากของกิจการ เพราะภาระหนี้สินเป็นตัวแปรสำคัญในการวิเคราะห์ฐานะทางการเงินและสภาพคล่องของกิจการ เพราะหากหนี้สินมีจำนวนน้อยกว่าทรัพย์สิน อีกทั้งหากคำนวนโดยการนำสินทรัพย์หมุนเวียนมาลบออกจากหนี้สินหมุนเวียนแล้วให้ผลเป็นบวก แสดงว่ากิจการมีสภาพคล่องและมีความสามารถเพียงพอต่อการชำระหนี้ เป็นการเสริมภาพลักษณ์ให้กิจการมั่นคงในสายตานักลงทุนและคู่ค้า

บทความแนะนำ

ได้รับเงินค่าจ้างพิมพ์งานมีใบหักณที่จ่าย
ความครบถ้วน (Completeness)
นำมาใช้ กับรถของกิจการ หรือ รถที่ได้ทำสัญญาเช่าใช้ หรือยินยอมให้ใช้ ค่าใช้จ่ายต้องห้าม
จัดกีฬาสี นำน้ำดื่มไปเลี้ยงพนักงาน
บริษัทในเครือหมายความอย่างไรบ้าง
ความสมดุลระหว่างประโยชน์ที่ได้รับกับต้นทุน (Trade off between benefits and costs)
เงินกู้ยืมระยาวจากบุคคลหรือกิจการที่เกี่ยวข้องกัน (Long-term Loans From Relates Parties)
วิธีการปันส่วนผลิตภัณฑ์ร่วม
หุ้นบุริมสิทธิ (Preferred Stocks)
ลูกหนี้ คือ (Receivable)
ประกันสังคมค้างจ่าย คือ (Social security payable)
ประเภทออมทรัพย์ (Saving Account)
ลูกหนี้กรมสรรพากร คือ (Revenue Department receivable)
แบตตารี่ บันทึกเป็นทรัพย์สินหรือค่าใช้จ่าย
บิลเงินสดที่ถูกต้องนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทได้แต่อยากทราบว่านำมาคำนวณภาษีได้ไหมค่ะ