อยู่อย่างไรในสังคม “ตัวใครตัวมัน”

เคยไหม? เปิดประตูห้องหรือเปิดประตูบ้าน ไปเจอคนข้างบ้าน เผชิญหน้ากันในระยะประชิด แล้วจ้องมองกันเหมือนคนแปลกหน้า ทั้งที่ใช้ฝาบ้านร่วมกัน แต่กลับกลายเป็นว่า เมื่อพบหน้าก็ต่างคนต่างไป ไม่มีอารมณ์จะคบค้าสมาคม ต่างคนต่างไป ชีวิตใครชีวิตมัน            

เช้ามาก็ไหลเข้าสู่สำนักงานทำหน้าที่มนุษย์เงินเดือน(บางคนเรียกว่าหมาล่าเนื้อ)คบหา นินทา ต่อสู้ฟาดฟันกับผู้ร่วมงาน โชคดีก็ได้มิตรมาบ้าง เกื้อกูลช่วยเหลือกันในหน้าที่การงาน โชคร้ายก็ห้ำหั่น อิจฉาริษยากันเหมือนจะดับดิ้นกันไปข้างหนึ่ง หมดวันก็ต่างคนต่างไป  ไปมีชีวิตแค่ของตัวเอง ยิ่งเดี๋ยวนี้ยิ่งแล้วใหญ่ เป็นสังคมก้มหน้าเลยทีเดียว แม้กระทั่งคนในบ้านยังตัวใครตัวมัน ถ้าในชีวิตเจอเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อยๆโปรดรู้ไว้เถิดว่า “สังคมตัวใครตัวมัน” ได้คืบคลานเข้าสู่ชีวิตของคุณเรียบร้อยแล้ว ก็แล้วมันเกิดขึ้นจากอะไรล่ะ? ไม่นึกถึงใคร ลักษณะเด่นของสังคมตัวใครตัวมันก็คือ การไม่นึกถึงใครนั่นเองครับ ชีวิตในแบบมนุษย์เงินเดือน ที่ต้องแยกออกจากเครือญาติ แถมยังต้องแข่งขันกันสูง ทำให้ความเป็นปัจเจกนับวันยิ่งสูงขึ้น คิดแค่ว่าทำอย่างไรให้ตัวเองอยู่รอด หรือดีหน่อยคือไม่ทำให้คนอื่นเดือดร้อนพอ  จนบางครั้งเราลืมไปว่าการไม่ไปยุ่งกับคนอื่น ตีความอีกแง่ว่า ใครจะเป็นยังไง ก็ช่างหัวมัน เอาตัวเองให้รอดพอ ซึ่งถือว่าอันตรายมากถ้ายังคิดแบบนี้กันต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าการไม่นึกถึงใครและอยู่อย่างแปลกแยกนี่ล่ะนำไปสู่การแก้ปัญหาด้วยความรุนแรง เหมือนในข่าวขับรถปาดหน้ากัน แล้วถึงขั้นยิงกันตายนั่นแหละ ปรับตัวอย่างไรดี? อยากให้เราคิดแบบนี้ครับ ว่าสมัยก่อนสังคมเราเต็มไปด้วยมิตรจิตมิตรใจ พึ่งพาอาศัยกัน มีอะไรก็ช่วยกัน แบ่งปันกัน เวลามีปัญหาก็ช่วยกันแก้ไขเป็นหมู่คณะ ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ สังคมมันน่าอยู่กว่านี้ครับ ในเมื่อเรารู้ว่าสังคมแบบไหนน่าอยู่ เราก็ควรมีส่วนช่วยในการสร้างสังคมแบบนั้นขึ้นมา มันไม่ได้ยากขนาดที่เป็นไปไม่ได้ครับ วิธีการก็แสนจะง่าย

1.เริ่มต้นง่ายๆด้วยพูดคุยกันให้มากขึ้น ในบ้านก่อนเลย วางมือถือลงบ้าง คุยกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าบ้างครับ บ้านเดียวกันไม่ต้องคุยกันผ่านตัวหนังสือครับ จ้องหน้าคุยไปเลย อบอุ่นกว่าครับ
2.พอเริ่มที่บ้านได้ก็ขยายไปยังข้างบ้านที่ผนังติดกันหรือรั้วติดกันนี่ล่ะ ยิ้ม หัวเราะ ทักทายกันด้วยไมตรี ถามสารทุกข์สุขดิบ หรือจะแลกกับข้าวกันกินก็ได้เป็นวิธีที่น่ารักคู่สังคมไทยทีเดียวครับ
3.ขยายไปสู่ชุมชนของเรา สนทนาพูดคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้ชุมชนของเราปลอดภัย น่าอยู่ หรืออะไรก็ตามที่คนในชุมชนสามารถช่วยกันได้ การพูดคุยกันมากขึ้น มิตรภาพก็จะยิ่งงอกงามครับ ผลที่ตามมาคือ เราจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป ซึ่งความรู้สึกนี้ล่ะจะทำให้เราเปิดใจเข้าหากันมากขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนเป็นสิ่งที่เรารู้อยู่แล้วใช่ไหมครับว่าต้องทำอย่างไร  คำถามคือเราเริ่มต้นหรือยังที่จะลงมือทำเรื่องง่ายๆแบบนี้ เพื่อให้สังคมของเรากลับมาน่าอยู่เหมือนเช่นที่ผ่านมา เรามาร่วมมือกัน ลบคำว่า “ตัวใครตัวมัน” ออกไปจากสังคมเรากันเถอะครับ คนแรกที่จะมีความสุขอาจเป็นตัวคุณเองก็ได้

อยู่อย่างไรในสังคม “ตัวใครตัวมัน”

Last Updated on กันยายน 27, 2021 by pangpond

Scroll to Top