ภาษีมาตราเจ็ดสิบ 70 ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา แห่งประมวลรัษฎากร

ภาษีมาตราเจ็ดสิบ

ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร

ภาษีมาตราเจ็ดสิบ
ภาษีมาตราเจ็ดสิบ

ข้อหารือที่ กค 0811/17062

เลขที่หนังสือ : กค 0811/17062
วันที่ : 17 ธันวาคม 2541
เรื่อง : ภาษีเงินได้นิติบุคคลตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร
ข้อกฎหมาย : มาตรา 70
ข้อหารือ : บริษัท ก.จำกัด ได้กู้ยืมเงินในลักษณะของ Syndicate Loan จากธนาคารผู้ให้กู้ ซึ่งแบ่ง
ออกได้เป็น 2 กลุ่ม ดังนี้
1. กลุ่มที่ 1 ได้แก่ ธนาคารต่างประเทศซึ่งประกอบกิจการวิเทศธนกิจ (BIBF) ใน
ประเทศไทย รวม 3 ธนาคาร ดังนี้
– ABN AMRO BANK N.V. BIBF
– ING BANK BIBF
– THE SAKURA BANK LIMITED BIBF
2. กลุ่มที่ 2 ได้แก่ สาขาในต่างประเทศของธนาคารซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ
และมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย ดังต่อไปนี้
– สาขาในประเทศเนเธอร์แลนด์ของธนาคาร Deutsche Bank ซึ่งตั้งขึ้นตาม
กฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน
– สาขาในประเทศสิงคโปร์ของธนาคาร Krediet Bank ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของ
ประเทศเบลเยี่ยม
– สาขาในประเทศสิงคโปร์ของธนาคาร Bangue Paribas ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมาย
ของประเทศฝรั่งเศส
– สาขาในประเทศสิงคโปร์ของธนาคาร Rabo Bank Nederland ซึ่งตั้งขึ้นตาม
กฎหมายของประเทศเนเธอร์แลนด์
ขอทราบว่า เมื่อบริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้แก่ธนาคารผู้ให้กู้ดังกล่าว บริษัทฯ จะมีหน้าที่
ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่ อย่างไร
แนววินิจฉัย : กรณีที่บริษัทฯ ซึ่งประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้
ตามสัญญาให้กู้ร่วม (Syndicate Loan) ให้กับธนาคารผู้ให้กู้ตามข้อเท็จจริงดังกล่าว แยกพิจารณา
ภาระภาษีเงินได้นิติบุคคล ได้ดังนี้
1. กรณีที่บริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับธนาคารผู้ให้กู้ในกลุ่มที่ 1 เนื่องจากธนาคาร
ผู้ให้กู้ในกลุ่มที่ 1 เป็นธนาคารต่างประเทศซึ่งประกอบกิจการวิเทศธนกิจในประเทศไทย ดังนั้น เมื่อ
บริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยให้กับธนาคารผู้ให้กู้ดังกล่าว บริษัทฯ ไม่มีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่
อย่างใด
2. กรณีที่บริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับธนาคารผู้ให้กู้ในกลุ่มที่ 2
เนื่องจากธนาคารผู้ให้กู้ในกลุ่มที่ 2 เป็นสาขาในต่างประเทศของธนาคารซึ่งตั้งขึ้นตาม
กฎหมายของประเทศเบลเยี่ยม ประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส และประเทศ
เนเธอร์แลนด์ ซึ่งมิได้ประกอบกิจการในประเทศไทย และโดยที่สาขาในต่างประเทศนั้น ถือว่ามีถิ่นที่อยู่
ตามสำนักงานใหญ่ในประเทศดังกล่าว ดังนั้น เมื่อบริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ออกไปให้กับธนาคารผู้ให้กู้
ในกลุ่มที่ 2 จึงแยกพิจารณาภาระในการหักภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ ดังนี้
(ก) กรณีที่บริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสาขาในประเทศเนเธอร์แลนด์ของ
ธนาคาร Deutsche Bank ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมัน เนื่องจาก
บริษัทฯ ประกอบกิจการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารสำเร็จรูปแช่แข็ง ซึ่งเข้าลักษณะเป็น “กิจการอุตสาหกรรม”
ตามข้อ 10 (4)แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมันเพื่อการเว้นการเก็บ
ภาษีซ้อน ดังนั้น บริษัทฯ จึงมีหน้าที่ต้องหักภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ในอัตราร้อยละ 10 ของดอกเบี้ย ตาม
มาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากรและข้อ 11(2) และ (3) แห่งอนุสัญญาดังกล่าว
(ข) กรณีที่บริษัทฯ จ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับสาขาในประเทศสิงคโปร์ ของ
ธนาคาร Krediet Bank ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศเบลเยี่ยม สาขาในประเทศสิงคโปร์ของ
ธนาคาร Bangue Paribas ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศฝรั่งเศส และสาขาในประเทศสิงคโปร์
ของธนาคาร Rabo Bank ซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายของประเทศเนเธอร์แลนด์ บริษัทฯ มีหน้าที่ต้องหัก
ภาษีเงินได้นิติบุคคลในอัตราร้อยละ 10 ของดอกเบี้ยตามมาตรา 70 แห่งประมวลรัษฎากร และข้อ 11
แห่งอนุสัญญาระหว่างประเทศไทยกับประเทศเบลเยี่ยมประเทศฝรั่งเศส หรือประเทศเนเธอร์แลนด์ เพื่อ
การเว้นการเก็บภาษีซ้อน แล้วแต่กรณี
เลขตู้ : 61/27356
 
โทร.081-931-8341

Leave a Comment

Scroll to Top